บายศรีเทพหงส์ 2 ชั้น
Brand : บายศรีหนองป่าครั่ง
ความเป็นมาของบายศรี บายศรีเป็นศิลปะประดิษฐ์ชั้นสูงของไทย ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนช้อยแต่งามสง่า ตั้งแต่กระบวนการทำ จนปรากฏเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และทักษะชั้นสูงในการประดิษฐ์ อีกทั้งยังเป็นงานประณีตศิลป์ที่สะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการอันงดงามที่มาจากจิตวิญญาณของความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี นับเป็นผลงานที่คนไทยทั้งชาติรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถแสดงให้ชาวโลกได้ประจักษ์ในความสามารถด้านหัตถศิลป์ ที่เกิดจากภูมิปัญญาที่หลักแหลมของบรรพบุรุษไทย ได้มอบให้เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน บายศรี คือ เครื่องใช้ที่จัดตกแต่งอย่างสวยงาม ใช้ประกอบในพิธีมงคลต่างๆ ของคนไทย ซึ่งตามประวัติความเป็นมาของบายศรีนั้น ไม่มีผู้ใดทราบแน่นอน ปรากฏเพียงว่าไทยได้รับอิทธิพลพราหมณ์ ซึ่งเชื่อว่า บายศรี เป็นที่สถิตของเทพเจ้า และ เป็นเครื่องหมาย แห่งความเป็นสิริมงคล ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจ ดังนั้นจึงใช้เฉพาะในพิธีมงคล เท่านั้น และนิยมใช้ตั้งแต่พระราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์พระราชวงศ์ชั้นสูงตลอดจน ถึงประชาชนทั่วไปในอดีตนิยมใช้ใบตองตานีสด เนื่องจากมีความเหนียวไม่ค่อยแตก ไม่เหี่ยวง่าย สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ทั้งนำมาพับหรือม้วนให้มีรูปแบบต่างๆ ตามที่ต้องการได้ดี มีการ ประดับตกแต่ง ด้วยดอกไม้นานาชนิดที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกขจรนอกจากนี้ยังมีอาหารคาวหวานต่างๆ วางตามชั้นแต่ละชั้นของบายศรีโดยเลือกชนิดที่เป็นมงคล เช่น มะพร้าวอ่อน ไข่ต้ม ข้าวสุก กล้วยน้ำว้า แตงกวา ฝอยทองขนมชั้น ขนมถ้วยฟู เป็นต้น ในปัจจุบัน บายศรี นิยมใช้ในพิธีต่างๆ เช่น การเลี้ยงต้อนรับอาคันตุกะ การรับน้องใหม่ของนิสิตนักศึกษาในสถาบันการศึกษา พิธีทำขวัญนาค พิธีสู่ขวัญบ่าวสาว สำหรับความนิยมในการใช้บายศรีประกอบในพิธีมงคลต่างๆ ของชาวไทยยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน ซึ่งรูปแบบบายศรีทั้ง 3 ภาคนั้น จะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ การตกแต่งประดับประดา ให้วิจิตรตระการตาด้วยเครื่องประกอบต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับฐานะตำแหน่งของเจ้าภาพ และโอกาสในการใช้เท่านั้น
Last Update : 20:06:52 25/08/2014
ขันไหว้สามังคละ
Brand : บายศรีหนองป่าครั่ง
ใช้ในวาระโอกาสสำคัญๆต่างๆ บายศรี เป็นของสูงเป็นสิ่งที่มีค่าของคนไทย ตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่เกิดจะจัดพิธีสังเวยและทำขวัญในวาระต่างๆ ซึ่งจะต้อง มีบายศรีเป็นสิ่งสำคัญในพิธีนั้นๆ ซึ่งเป็น ศาสนาพิธีของพราหมณ์ คำว่า ? บาย ? หมายถึง ข้าวสุก ส่วน ? ศรี ? หมายถึง มิ่งขวัญหรือสิริมงคล ดังนั้น คำว่า ? บายศรี ?จึงมีความหมายว่าข้าวอันเป็นสิริ , ขวัญข้าวหรือข้าวที่จัดเพื่อเป็นสิ่งมงคล ?บายศรีล้านนา? เป็นเครื่องสักการะที่สะท้อนให้เห็นถึง ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนา บายศรี ถือเป็นเครื่องสักการะชั้นสูง ถ่ายทอดให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนช้อย ซึ่งเป็นงานประณีตศิลป์ ที่แฝงไปด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อๆกันมา ปัจจุบัน ? บายศรี ? นิยมใช้ในพิธีที่ก่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล เช่น การสักการบูชา เทพยาดา พิธีบวงสรวง พิธีสู่ขวัญบ่าวสาว การเลี้ยงต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
Last Update : 11:09:13 25/08/2014
บายศรีขันผูกมือสามชั้น
Brand : บายศรีหนองป่าครั่ง
ความเป็นมาของบายศรี บายศรีเป็นศิลปะประดิษฐ์ชั้นสูงของไทย ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนช้อยแต่งามสง่า ตั้งแต่กระบวนการทำ จนปรากฏเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และทักษะชั้นสูงในการประดิษฐ์ อีกทั้งยังเป็นงานประณีตศิลป์ที่สะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการอันงดงามที่มาจากจิตวิญญาณของความเป็นไทยได้เป็นอย่างดีนับเป็นผลงานที่คนไทยทั้งชาติรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถแสดงให้ชาวโลกได้ประจักษ์ในความสามารถด้านหัตถศิลป์ ที่เกิดจากภูมิปัญญาที่หลักแหลมของบรรพบุรุษไทย ได้มอบให้เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน บายศรี คือ เครื่องใช้ที่จัดตกแต่งอย่างสวยงาม ใช้ประกอบในพิธีมงคลต่างๆ ของคนไทย ซึ่งตามประวัติความเป็นมาของบายศรีนั้น ไม่มีผู้ใดทราบแน่นอน ปรากฏเพียงว่าไทยได้รับอิทธิพลพราหมณ์ ซึ่งเชื่อว่า บายศรี เป็นที่สถิตของเทพเจ้า และ เป็นเครื่องหมาย แห่งความเป็นสิริมงคล ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจ ดังนั้นจึงใช้เฉพาะในพิธีมงคล เท่านั้น และนิยมใช้ตั้งแต่พระราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์พระราชวงศ์ชั้นสูงตลอดจนถึงประชาชนทั่วไปในอดีตนิยมใช้ใบตองตานีสดเนื่องจากมีความเหนียวไม่ค่อยแตก ไม่เหี่ยวง่าย สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ทั้งนำมาพับหรือม้วนให้มีรูปแบบต่างๆ ตามที่ต้องการได้ดี มีการประดับตกแต่ง ด้วยดอกไม้นานาชนิดที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกขจรนอกจากนี้ยังมีอาหารคาวหวานต่างๆ วางตามชั้นแต่ละชั้นของบายศรีโดยเลือกชนิดที่เป็นมงคล เช่น มะพร้าวอ่อน ไข่ต้ม ข้าวสุก กล้วยน้ำว้า แตงกวา ฝอยทองขนมชั้น ขนมถ้วยฟู เป็นต้น ในปัจจุบัน บายศรี นิยมใช้ในพิธีต่างๆ เช่น การเลี้ยงต้อนรับอาคันตุกะ การรับน้องใหม่ของนิสิตนักศึกษาในสถาบันการศึกษา พิธีทำขวัญนาค พิธีสู่ขวัญบ่าวสาว สำหรับความนิยมในการใช้บายศรีประกอบในพิธีมงคลต่างๆ ของชาวไทยยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน ซึ่งรูปแบบบายศรีทั้ง 3 ภาคนั้น จะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ การตกแต่งประดับประดาให้วิจิตรตระการตาด้วยเครื่องประกอบต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับฐานะตำแหน่งของเจ้าภาพ และโอกาสในการใช้เท่านั้น
Last Update : 20:37:04 21/08/2014
บายศรีขันผูกมือ
Brand : บายศรีหนองป่าครั่ง
ความเป็นมาของบายศรี บายศรีเป็นศิลปะประดิษฐ์ชั้นสูงของไทย ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนช้อยแต่งามสง่า ตั้งแต่กระบวนการทำ จนปรากฏเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และทักษะชั้นสูงในการประดิษฐ์ อีกทั้งยังเป็นงานประณีตศิลป์ที่สะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการอันงดงามที่มาจากจิตวิญญาณของความเป็นไทยได้เป็นอย่างดีนับเป็นผลงานที่คนไทยทั้งชาติรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถแสดงให้ชาวโลกได้ประจักษ์ในความสามารถด้านหัตถศิลป์ ที่เกิดจากภูมิปัญญาที่หลักแหลมของบรรพบุรุษไทย ได้มอบให้เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน บายศรี คือ เครื่องใช้ที่จัดตกแต่งอย่างสวยงาม ใช้ประกอบในพิธีมงคลต่างๆ ของคนไทย ซึ่งตามประวัติความเป็นมาของบายศรีนั้น ไม่มีผู้ใดทราบแน่นอน ปรากฏเพียงว่าไทยได้รับอิทธิพลพราหมณ์ ซึ่งเชื่อว่า บายศรี เป็นที่สถิตของเทพเจ้า และ เป็นเครื่องหมาย แห่งความเป็นสิริมงคล ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจ ดังนั้นจึงใช้เฉพาะในพิธีมงคล เท่านั้น และนิยมใช้ตั้งแต่พระราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์พระราชวงศ์ชั้นสูงตลอดจนถึงประชาชนทั่วไปในอดีตนิยมใช้ใบตองตานีสดเนื่องจากมีความเหนียวไม่ค่อยแตก ไม่เหี่ยวง่าย สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ทั้งนำมาพับหรือม้วนให้มีรูปแบบต่างๆ ตามที่ต้องการได้ดี มีการประดับตกแต่ง ด้วยดอกไม้นานาชนิดที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกขจรนอกจากนี้ยังมีอาหารคาวหวานต่างๆ วางตามชั้นแต่ละชั้นของบายศรีโดยเลือกชนิดที่เป็นมงคล เช่น มะพร้าวอ่อน ไข่ต้ม ข้าวสุก กล้วยน้ำว้า แตงกวา ฝอยทองขนมชั้น ขนมถ้วยฟู เป็นต้น ในปัจจุบัน บายศรี นิยมใช้ในพิธีต่างๆ เช่น การเลี้ยงต้อนรับอาคันตุกะ การรับน้องใหม่ของนิสิตนักศึกษาในสถาบันการศึกษา พิธีทำขวัญนาค พิธีสู่ขวัญบ่าวสาว สำหรับความนิยมในการใช้บายศรีประกอบในพิธีมงคลต่างๆ ของชาวไทยยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน ซึ่งรูปแบบบายศรีทั้ง 3 ภาคนั้น จะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ การตกแต่งประดับประดาให้วิจิตรตระการตาด้วยเครื่องประกอบต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับฐานะตำแหน่งของเจ้าภาพ และโอกาสในการใช้เท่านั้น
Last Update : 20:23:35 21/08/2014
บายศรีปากชาม
Brand : บายศรีหนองป่าครั่ง
ความเป็นมาของบายศรี บายศรีเป็นศิลปะประดิษฐ์ชั้นสูงของไทย ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนช้อยแต่งามสง่า ตั้งแต่กระบวนการทำ จนปรากฏเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และทักษะชั้นสูงในการประดิษฐ์ อีกทั้งยังเป็นงานประณีตศิลป์ที่สะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการอันงดงามที่มาจากจิตวิญญาณของความเป็นไทยได้เป็นอย่างดีนับเป็นผลงานที่คนไทยทั้งชาติรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถแสดงให้ชาวโลกได้ประจักษ์ในความสามารถด้านหัตถศิลป์ ที่เกิดจากภูมิปัญญาที่หลักแหลมของบรรพบุรุษไทย ได้มอบให้เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน บายศรี คือ เครื่องใช้ที่จัดตกแต่งอย่างสวยงาม ใช้ประกอบในพิธีมงคลต่างๆ ของคนไทย ซึ่งตามประวัติความเป็นมาของบายศรีนั้น ไม่มีผู้ใดทราบแน่นอน ปรากฏเพียงว่าไทยได้รับอิทธิพลพราหมณ์ ซึ่งเชื่อว่า บายศรี เป็นที่สถิตของเทพเจ้า และ เป็นเครื่องหมาย แห่งความเป็นสิริมงคล ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจ ดังนั้นจึงใช้เฉพาะในพิธีมงคล เท่านั้น และนิยมใช้ตั้งแต่พระราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์พระราชวงศ์ชั้นสูงตลอดจนถึงประชาชนทั่วไปในอดีตนิยมใช้ใบตองตานีสดเนื่องจากมีความเหนียวไม่ค่อยแตก ไม่เหี่ยวง่าย สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ทั้งนำมาพับหรือม้วนให้มีรูปแบบต่างๆ ตามที่ต้องการได้ดี มีการประดับตกแต่ง ด้วยดอกไม้นานาชนิดที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกขจรนอกจากนี้ยังมีอาหารคาวหวานต่างๆ วางตามชั้นแต่ละชั้นของบายศรีโดยเลือกชนิดที่เป็นมงคล เช่น มะพร้าวอ่อน ไข่ต้ม ข้าวสุก กล้วยน้ำว้า แตงกวา ฝอยทองขนมชั้น ขนมถ้วยฟู เป็นต้น ในปัจจุบัน บายศรี นิยมใช้ในพิธีต่างๆ เช่น การเลี้ยงต้อนรับอาคันตุกะ การรับน้องใหม่ของนิสิตนักศึกษาในสถาบันการศึกษา พิธีทำขวัญนาค พิธีสู่ขวัญบ่าวสาว สำหรับความนิยมในการใช้บายศรีประกอบในพิธีมงคลต่างๆ ของชาวไทยยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน ซึ่งรูปแบบบายศรีทั้ง 3 ภาคนั้น จะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ การตกแต่งประดับประดาให้วิจิตรตระการตาด้วยเครื่องประกอบต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับฐานะตำแหน่งของเจ้าภาพ และโอกาสในการใช้เท่านั้น
Last Update : 20:06:30 21/08/2014

:: Translation ::

:: Calendar News ::

:: Product By Categories ::
Product Category loading .... please wait!

 

Ranking
1990
Total View
36437

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Company Information :
 
Company name :   กลุ่มบายศรีหนองป่าครั่ง
Baisri Nongpakrang
 
Business Information :
 
Industry group :   Handicraft and Gift 
 
Business type :   Retailer 
Wholeseller 
Exporter 
Distributor 
Manufacturer 
 
 

Contact Information :

 
Address 1 :   60/21-22 หมู่6 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่
จังหวัด เชียงใหม่
รหัสไปรษณีย์ 50000
State/Province :   เชียงใหม่
Country :   ไทย
Postcode :   50000
Tel :   053305123
Fax :   053247870
 
Company Profile :
 

ที่ตั้ง


        กลุ่มบายศรีหนองป่าครั่ง    เลขที่  90/21-22    หมู่ที่  6  ตำบลหนองป่าครั่ง  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  รหัสไปรษณีย์  50000


 


ประวัติความเป็นมากลุ่มบายศรีหนองป่าครั่ง


 


                กลุ่มบายศรีหนองป่าครั่ง    อำเภอเมือง    จังหวัดเชียงใหม่    ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่  12  สิงหาคม พ.ศ. 2547    ผู้ริเริ่มก่อตั้งคือ คุณวรรณา   เลิศเกียรติดำรงค์  ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มหนองป่าครั่งพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ลงพื้นที่สำรวจความเป็นอยู่ของประชาชน ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  ได้เห็นสภาพเป็นอยู่ที่แท้จริงของประชาชน จากการสำรวจทางกลุ่มพัฒนาคุณภาพชีวิตหาแนวทางในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่  ประกอบกับในตำบลหนองป่าครั่งมีชาวบ้านที่มีฝีมือในการทำบายศรี  จึงได้จัดให้มีการสอนบายศรีให้กับประชาชนในตำบลหนองป่าครั่ง  ซึ่งมีทั้งหมด  7  หมู่บ้าน  เริ่มแรกประชาชนที่เข้ามาฝึกมีประมาณ  50  คน ทำการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่  29  สิงหาคม  พ.ศ. 2547  ทุกวันอาทิตย์ เวลา  9.00 – 17.00 น.  สถานที่ทำการสอนคือ  บริเวณบ้านทอฝัน  ซึ่งเป็นบ้านของคุณวรรณา   เลิศเกียรติดำรงค์  โดยเริ่มต้นจากเรียนบายศรีตอง  แล้วพัฒนามาเป็นบายศรีผ้า  หลังจากที่ได้ทำการสอนมาได้ประมาณ 5  เดือน ปัจจุบัน กลุ่มบายศรีหนองป่าครั่ง  ได้พัฒนาบายศรีผ้าให้มีขนาดเล็กลง (บายศรีจิ๋ว) เพื่อนำเสนอในรูปแบบของฝากของที่ระลึก   และไว้บูชาพระ


 

 
Other information :
 
Capital Investment :   1,000,000 or less  
Annual revenue :   1,000,000 or less  
Employee range :   0 - 50  
Estates :    
Map :   Click here to view company map.
Register capital :    
Total Asset :    
BOI :    
Raw material :    
Main Machinery :    
 
© 2000-2008 CopyRight by Baisri Nongpakrang
Tel. 053305123  Fax. 053247870
disclaimer | privacy | contact us

  Sale Login Warehouse Login Driver Login