กลอง
ประวัติกลองเอกราช
Last Update : 23:54:58 02/04/2015
ตะโพนของที่ระลึก
Brand : หมู่บ้านทำกลอง
Model : D006
Last Update : 11:25:10 03/04/2015
กลองของที่ระลึก
Brand : หมุ่บ้านทำกลองเอกราช
Model : D004
Last Update : 09:03:32 03/04/2015
ตะโพน
Model : T001
Last Update : 08:58:35 03/04/2015
กลองทัด
Last Update : 08:55:58 03/04/2015
ถ่านอัดแท่งไร้ควัน
Brand : รชาดา
Model : T009
Last Update : 14:46:45 02/11/2012

กลอง

Last Update: 23:54:58 02/04/2015
Page View (1344)

กลองเอกราช เป็นผลิตภัณฑ์ของตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ที่แสดงถึงเอกลักษณ์เป็นภูมิปัญญาไทย มีรูปแบบสวยงาม ยกตัวอย่างเช่น กลองยาว กลองตะโพน กลองตะโพนมอญ ตะโพนไทย กลองรำมะนา กลองมอญ กลองแขก กลองตุ๊ก คนเรารู้จักเสียงเพลงเสียงดนตรี และชอบฟังเพลงมานานแล้ว แม้แต่คนป่าเถื่อนก็ยังรู้จักทำเสียงต่างๆ นำสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรามาทำเป็นเครื่องดนตรีเพื่อให้ได้เสียงที่ไพเราะสร้างความสนุกสนานให้กับตนเองและคนรอบข้าง บางทีก็ใช้เพียงแค่เสียงของตนเองทำเพลงร้องให้เกิดเสียงสูงเสียงต่ำเป็นจังหวะเป็นทำนองของดนตรี เช่น การเอาไม้สองอันมาเคาะกัน เอาใบไม้มาพับริมแล้วเป่าให้เกิดเสียงเหล่านี้
ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้ามีมากขึ้น มนุษย์รู้จักสังเกตและมีการเรียนรู้เรื่องเสียงต่างๆ มากขึ้น ไม่เพียงประดิษฐ์เครื่องมือที่ทำให้เกิดเสียงเท่านั้น แต่ยังนำเสียงมาเรียบเรียงเป็นทำนองเป็นเสียงต่ำเสียงสูง โดยมนุษย์แต่ละชนชาติแต่ละศาสนา ยังมีความนิยมชมชอบทางดนตรีที่แตกต่างกันออกไป แต่ในความแตกต่างยังคงมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกัน นอกเหนือจากความชื่นชอบในเสียงเพลงนั่นคือ มีเครื่องตีประกอบจังหวะ เช่น "กลอง" ไม่ว่าจะเป็นกลองไทย กลองแขก หรือกลองฝรั่ง ในประเทศไทยนั้นก็ได้มีการทำกลองมาเป็นเวลานาน มีการฟังเพลง มีการนำกลองมาประกอบเข้ากับการละเล่นต่างๆ เช่นเดียวกันกับอีกหลายๆ ประเทศ โดยกลองที่เรารู้จักกันดี เช่น กลองยาว กลองทัด ตะโพน
                  ปัจจุบัน ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยอาชีพหลักของชาวบ้านคือ การทำนา ทำสวน ทำไร่ แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่ได้ยึดอาชีพการทำกลองเป็นอาชีพหลักนั้นกว่า 20 ครัวเรือน ไม่เพียงแต่จำนวนคนกลุ่มนี้เท่านั้น ยังมีชาวบ้านที่ทำกลองเป็นอาชีพเสริมหลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับครอบครัว
คุณสุวรรณ โพธิปิน หรือ ลุงป๊อก หนึ่งในผู้ยึดการทำกลองเป็นอาชีพเล่าให้ฟังว่า การทำกลองที่ ตำบลเอกราชแห่งนี้นั้น ถ้าหากจะพลิกประวัติหาต้นกำเนิด ถือว่ากลองนั้นเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมตั้งแต่สมัยคุณตาคุณยาย ซึ่งคุณตาของลุง เป็นคนที่เริ่มคิดทำกลองรุ่นแรกๆ ของตำบลนี้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีวงปี่พาทย์เป็นของตัวเอง
ในช่วงแรกนั้น ต้องการทำเอาไว้ใช้เองในวงดนตรีของท่าน พอได้เริ่มทำก็ได้มีคนที่เขาสนใจมาขอซื้อ และสั่งทำให้ นับแต่นั้นมาก็เริ่มทำกลองขายมาเรื่อยๆ รวมถึงวันนี้การทำกลองของชาวบ้านตำบลเอกราช ผ่านเวลามาประมาณ 70-80 ปีแล้ว
"ตอนเริ่มทำกลองกันในตอนแรกนั้นเพียงแค่ 2-3 ครอบครัว เท่านั้นเอง โดยการสืบทอดกันมา จากรุ่นของพ่อแม่มาเป็นรุ่นลูกรุ่นหลาน และมีการพัฒนารูปแบบ รูปทรง อีกทั้งพัฒนาเสียง เรียบเรียงเสียงต่ำเสียงสูงจนได้เป็นกลองเอกราชที่ใครได้ยิน ได้ฟังต้องยอมรับในคุณภาพ" ลุงป๊อก กล่าวอย่างภูมิใจ
ลุงป๊อกยังอธิบายถึงกระบวนการผลิตกลองว่า เริ่มต้นด้วยการนำไม้ขนุน ไม้ก้ามปู ไม้มะขามเทศ ไม้สะเดา ไม้มะม่วง มาตัดให้ได้ขนาดความสั้น ยาว ให้ได้รูปทรงตามประเภทของกลองที่ต้องการจะผลิต จากนั้นนำไปคว้านไส้ในออกให้กลม เอาไปตากแดดแล้วนำมาลวกกับไฟแก๊ส แล้วจึงใช้เครื่องกลึงด้านนอก ขัดผิวไม้ให้ผิวเรียบทั้งด้านนอกและด้านในตามลักษณะของกลอง จากนั้นตัดเอาหนังมาขึงไว้ที่หน้ากลอง ใช้หมุดหรือตะปูเล็กๆ เจาะรูที่ขอบหน้ากอง ใช้เชือกขึงให้ตึง แล้ววางขึงบนแป้นกลางลานบ้านตากแดดให้หนังขดตัว หน้ากลองจะตึงได้เสียงที่ไพเราะ จากนั้นทาสีไม้ เลือกสีที่ต้องการหรือใช้ฝุ่นแดง หลังจากลงสีแล้ว ต้องขัดให้มัน เคลือบด้วยแล็กเกอร์ ทาน้ำมันเชลแล็กซ้ำ แล้วขัดให้ขึ้นเงา แต้มจุดดำที่หน้ากลอง สุดท้ายตกแต่งกลองโดยสวมด้วยผ้า
ระยะเวลาในการประกอบจนได้เป็นกลอง ลุงป๊อกเล่าว่า ต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ หากเร็วหน่อยประมาณ 2 อาทิตย์ (นับจากการทำคนเดียว) ถ้าครอบครัวไหนที่มีคนงาน เขาจะทำได้เร็วทันความต้องการของลูกค้า ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำมารับไปขายภายในประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศเป็นการจัดส่งให้ตามที่มีออร์เดอร์สั่งมา ราคาขายจะขายตามชนิดของกลอง และขนาดของกลอง
             อาทิ หากเป็นกลองยาวราคาจะตกอยู่ที่ตัวละประมาณ 900 บาท ไปจนถึงหลายพันบาท เพราะต้องดูขนาดของตัวกลองด้วย เนื่องจากกลองยาวนั้นก็จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ที่มีลักษณะกลองขึงหนังหน้าเดียว ตัวกลองที่ขึงหนังจะป่องออก ส่วนที่ต่อออกไปด้านตรงข้ามหน้ากลอง เป็นท่อกลวงปลายบานมีหลายขนาด ด้านตัวกลองที่ขึงหนัง นิยมตกแต่งด้วยผ้าสีต่างๆ หุ้มไว้รอบๆ เพื่อความสวยงาม ราคาจึงต้องขึ้นอยู่กับการตกแต่งตัวกลองด้วย
ส่วนตะโพนจะเป็นกลองที่มีลักษณะที่สามารถตีได้ทั้ง 2 ข้าง ขั้นตอนการทำจึงต้องเพิ่มการร้อยหนัง
ไขว้ไปมารอบๆ ตัวกลองอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ราคาตะโพนจะสูงกว่าเพราะทำยาก ขั้นตอนมากกว่ากลองยาว และส่วนมากแล้วจะขายกันเป็นคู่ คู่ละพันกว่าบาทตามขนาดและการตกแต่งลุงป๊อก เล่าต่อเรื่องรายได้การประกอบอาชีพการทำผลิตภัณฑ์กลองว่า สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ได้ถึงเดือนละประมาณ 10,000 กว่าบาท ถ้าครอบครัวไหนที่ทำมาก มีลูกน้องหรือว่าทำส่งออกขายต่างประเทศด้วย รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ชาวบ้านจะสั่งซื้อหนังวัวกับหนังควาย มาจากจังหวัดเชียงราย ส่วนไม้ที่ใช้ทำกลองนั้นสามารถหาได้ทั่วไป ไม้ที่ใช้เป็นไม้ที่หาง่าย เช่น ไม้มะม่วง ไม้ก้ามปู ไม้มะขามเทศ ไม้สะเดา ไม้ขนุน การตกลงเรื่องราคาในการซื้อขาย ลุงป๊อกบอกว่า สามารถตกลงกันได้เนื่องจากต้องซื้อหากันเองในท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ที่ชนิดของไม้ด้วย
จะเห็นได้ว่ากลองเป็นผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ เป็นภูมิปัญญาชาวไทย ที่มีรูปแบบสีสันสวยงาม เหมาะเป็นของฝากของที่ระลึก ทั้งใช้ได้ดีในเทศกาลงานวัด การท่องเที่ยว ใช้ประกอบการละเล่นต่างๆ เพื่อสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับผู้เล่นได้ดี ทั้งสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น



 
© 2000-2008 CopyRight by Ekkarat Shop
Tel. 081-5834448  Website. www.thaidrums.com
disclaimer | privacy | contact us

  Sale Login Warehouse Login Driver Login