การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
ขั้นตอนการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
Last Update : 15:48:31 11/09/2014
ผ้าไหม
ประวัตผ้าไหมไทย
Last Update : 20:31:12 08/09/2014
สีย้อมเส้นไหม
Brand : ช้าง
Model : มาตรฐาน
สีย้อมเส้นไหม ตราช้าง ย้อมดีสีไม่ตก ไม่ติดมือ
Last Update : 12:38:05 01/10/2014
ผ้าไหมปูม คลุมไหล่
Brand : เรือนไหม
Model : ผ้าคลุมไหล่
ผ้าคลุมไหล่ไหมมัดหมี่ปูม ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ย้มสีเคมี เทคนิคมัดหมี่ ลวยลาย สวยงามแบบดั้งเดิมของสุรินทร์ ทอด้วยมือ ทุกผืน
Last Update : 11:45:20 26/09/2014
สบู่โปรตีนไหม
Brand : เรือนไหม
Model : มาตรฐาน
สบู่โปรตีนไหม(สารสกัดเซริซิน) ด้วยคุณค่าจากกรดอะมิโน 18 ชนิดช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น อ่อนกว่าวัย ต่อต้านริ้วรอยและความเหี่ยวย่นของผิว ช่วยให้ผิวขาวอย่างเป็นธรรมชาติ สาสกัดจากธรรมชาติไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวและผู้ที่มีผิวแห้ง
Last Update : 11:30:19 26/09/2014
ผงโปรตีนไหม
Brand : เรือนไหม
Model : มาตรฐาน
ผงโปรตีนไหม(สารสกัดเซริซิน) ด้วยคุณค่าจากกรดอะมิโน 18 ชนิดช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น อ่อนกว่าวัย ต่อต้านริ้วรอยและความเหี่ยวย่นของผิว ช่วยให้ผิวขาวอย่างเป็นธรรมชาติ สาสกัดจากธรรมชาติไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวและผู้ที่มีผิวแห้ง
Last Update : 11:23:21 26/09/2014
ครีมโปรตีนไหม บำรุงผิวหน้า
Brand : เรือนไหม
Model : มาตรฐาน
ครีมบำรุงผิวจากสารสกัดเซริซิน ด้วยคุณค่าจากกรดอะมิโน 18 ชนิดช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น อ่อนกว่าวัย ต่อต้านริ้วรอยและความเหี่ยวย่นของผิว ช่วยให้ผิวขาวอย่างเป็นธรรมชาติ สาสกัดจากธรรมชาติไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้
Last Update : 11:12:16 26/09/2014

การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

Last Update: 15:48:31 11/09/2014
Page View (1830)

การปลูกหม่อน 

                2.1 สภาพพื้นที่ในการปลูกหม่อน

                              หม่อน เป็นพืชทีสามารถปลูกขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิด แต่การปลูกหม่อนเพื่อผลิตใบหม่อนต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ หลายด้าน ดังนี้

2.1.1. ต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง หรือ ท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ๆ มีการระบายน้ำดีและมีหน้าดินลึก

                2.1.2. ดินไม่เป็นกรด หรือด่างมากเกินไปค่า pHของดินควรอยู่ในระหว่าง 6.0 – 6.5

                2.1.3. ที่ดินนั้นต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยมีประวัติในการเกิดการระบาดโรครากเน่าของหม่อนมาก่อน หากเคยมีประวัติดังกล่าวจะต้องแก้ปัญหาโดยการปลูกโดยใช้ต้นตอที่มีความทนทาน ต่อโรครากเน่า

                2.1.4. มีแหล่งน้ำที่สามารถให้น้ำได้ในช่วงที่ ฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนหรือช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน ที่หม่อนกำลังออกใบและติดผล

                2.1.5. พื้นที่คมนาคมสะดวกสามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ง่ายและขนส่งผลผลิตได้สะดวก

2.2 ขั้นการเตรียมพื้นที่ก่อนปลูกหม่อน

   หลังจากการเลือกพื้นที่ ที่เหมาะสมในการทำสวนหม่อนแล้ว ควรกั้นรั้วเพื่อกันสัตว์ต่างๆเข้ามาทำลายแปลงหม่อน เช่น โค กระบือ ฯลฯ ก่อนปลูกหม่อนควรปฏิบัติดังนี้
               2.2.1. ไถดิน เพื่อพลิกดินชั้นล่างขึ้นชั้นบน แล้วตากแดดไว้ 2 -3 วัน ก็ทำการไถพลิกดินอีกเพื่อฆ่าแมลงศัตรูและฆ่าเชื้อโรคต่างๆที่อยู่ในดิน และเพื่อกำจัดวัชพืช
                2.2.2. ไถพรวน เพื่อให้ดินร่วนซุยเหมาะแก่การเจริญเติบโต
               2.2.3. ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด ไร่ละประมาณ 1,200 กิโลกรัม และปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินและเพื่อปรับปรุงคุณลักษณะของดินแล้วไถกลบ
               2.2.4.  กะระยะปลูกให้เหมาะสมเพื่อเตรียมปลูก

2.3 ระยะปลูก

                ระยะปลูกของหม่อนไม่เหมือนปลูกพืชชนิดอื่นๆ เพราะหม่อนเป็นพืชที่ต้องใช้ใบการกะระยะปลูกต้องคำนึงถึงทิศด้วย ควรปลูกจากทิศเหนือไปใต้ เพราะต้นหม่อนจะได้รับแสงแดดตลอดวัน นอกจากนี้คำนึงถึง
           2.3.1 ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ถ้าดินมีความอุดมสมบูรณ์ดี ระยะปลูกหม่อนควรจะกว้าง เพื่อต้นหมอนจะเจริญเติบโตแตกกิ่งก้านได้เต็มที่ แต่ถ้าดินไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์ระยะปลูกควรจะลดลงเพื่อจำนวนต้นจะได้ เพิ่มขึ้น
           2.3.2 พันธุ์หม่อน ถ้าเป็นหม่อนที่แตกกิ่งก้าน ระยะปลูกควรจะห่างกันเพื่อต้นหม่อนจะได้แตกกิ่งก้านได้สะดวก แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่ไม่ค่อยแตกกิ่งก้านมากนัก ระยะปลูกควรจะลดลง
           2.3.3 เครื่องทุ่นแรง ถ้าใช้เครื่องทุ่นแรงช่วยในการกำจัดวัชพืช ควรเว้นระยะระหว่างแถวให้กว้างพอเหมาะกับขนาดของเครื่องมือ ระยะปลูกที่เหมาะสม คือ

         2.3.4 ระยะเวลาการปลูกหม่อน ฤดูกาลที่เหมาะสมสำหรับการปลูกหม่อนคือ ในช่วงต้นฤดูฝนปลายเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมหรือตามสภาพของฝนในแต่ละท้องถิ่น เนื่องจากดินมีความชุ่มชื้นดี หม่อนจะตั้งตัวได้เร็วและการเจริญเติบโตดี รากแข็งแรงแผ่กระจายได้ลึก เมื่อถึงฤดูแล้งของปีต่อไป หม่อนจะไม่ตาย แต่ถ้าปลูกในช่วงปลายฤดูฝนมากเกินไป จะทำให้หม่อนมีระยะเวลาในการเจริญเติบ โตสั้นมาก พอย่างเข้าฤดูแล้งต้นหม่อนบางส่วนอาจอ่อนแอ แคระแกร็นหรือตายได้ แต่ในสภาพที่สามารถให้น้ำได้ตลอดปี หรือสภาพดินที่ดีมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในสวนหม่อนและการใช้วัสดุคลุมดินช่วย รักษาความชื้น หม่อนก็สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ 

2.3.5 การเตรียมหลุม การเตรียมหลุมเป็นการเตรียมสภาพดินที่จะปลูกหม่อนให้เหมาะสมกับการเจริญเติบ โตของต้นหม่อนให้มากที่สุด ต้นหม่อนมีอายุยืนทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ดี เช่นในช่วงฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ถ้าเกษตรกรทำการเตรียมหลุมไว้อย่างดีต้นหม่อนจะสามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดปี วิธีการเตรียมหลุมมีสอง วิธี คือ
            2.3.6 การขุดเป็นหลุมๆ ตามระยะปลูก ขนาดลึกประมาณ 50 ซม. กว้าง 50 ซม. ยาว 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยเศษหญ้า ฟางแห้งหรือซังข้าวโพดคลุกด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก จากนั้นกลบดิน 1 ชั้นก่อนทำการปลูกหม่อน
            2.3.7 ขุดหลุมเป็นร่องยาวตามแถวปลูก ขนาดกว้างและลึก 50 ซม. ความยาวเท่ากับความยาวของแปลงหม่อน ใช้เศษหญ้า ฟางข้าว ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักรองก้นหลุม แล้วจึงเอาดินที่ขุดขึ้นกลบแล้วจึงนำท่อนพันธุ์ปักตามระยะที่กำหนด2.4 การเตรียมกิ่งพันธุ์
    การเตรียมท่อนพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมท่อนพันธุ์เพื่อปลูกในแปลงโดยตรง หรือเพื่อนำไปปักชำไว้ก่อนปลูกก็เตรียมท่อนพันธุ์ในลักษณะเดียวกันดังนี้
         2.4.1. กิ่งจากต้นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงคุณภาพใบดี
         2.4.2. กิ่งที่มีอายุอยู่ในช่วง 4 - 12 เดือน ซึ่งเหมาะในการแตกรากและกิ่งก้านได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรง กิ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 - 1.5 ซม. มีผิวเปลือกเป็นสีน้ำตาลมีตาที่สมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลงศัตรูพืช เช่น รากเน่า ใบด่าง ถ้าอายุกิ่งอ่อนเกินไป อาหารที่สะสมไว้ในกิ่งจะไม่พอที่รากจะงอกได้ ถ้ากิ่งแก่เกินไปตาของกิ่งจะเป็นตาที่พักตัวหรือเรียกทั่วไปว่าตาฝ่อ การแตกกิ่งจะไม่ดี กิ่งที่เหมาะควรเป็นกิ่งที่ได้จากแปลงที่เตรียมไว้สำหรับทำกิ่งพันธุ์โดย เฉพาะ ซึ่งมีการดูแลรักษาและใส่ปุ๋ยเป็นอย่างดี เพื่อให้กิ่งพันธุ์มีอาหารเพียงพอ ตัดท่อนพันธุ์ด้วยการการไกรตัดแต่งกิ่งหรือมีมีดคมๆเพื่อไม่ให้ท่อนพันธุ์ ฉีกและซ้ำได้ให้ท่อนพันธุ์มีขนาดความยาวท่อนละประมาณ 20 ซม. หรือมีตาหม่อนอยู่บนท่อนพันธุ์ประมาณ 4 - 5 ตา โดยตัดส่วนบนของท่อนพันธุ์ให้มีลักษณะตรงเหนือตาบนสุดประมาณ 1 ซม. (ถ้าตัดเฉียงจะทำให้มีการคายน้ำสูง) ส่วนโคนของท่อนพันธุ์ตัดเฉียงประมาณ 45 องศา เป็นรูปปากฉลากตัดต่ำกว่าข้อตาล่างสุดประมาณ 1.5 ซม. โดยให้ด้านเฉียงอยู่ตรงข้ามกับตาล่างสุดหลังจากเตรียมท่อนพันธุ์เสร็จแล้ว ควรรีบนำไปปลูกหรือปักชำทันที ถ้าหากไม่สามารถนำไปปลูกหรือชำได้ทันทีให้เอาท่อนพันธุ์เก็บไว้ในร่ม ใช้แกลบเผาหรือขี้เลื่อยหรือกระสอบคลุมไว้แล้วรดน้ำให้ชุ่มวันละครั้ง จะสามารถเก็บท่อนพันธุ์ไว้ได้นาน 2 สัปดาห์ในหน้าฝนหรือ 1 สัปดาห์ในหน้าแล้ง


          ในกรณีที่กิ่งพันธุ์ที่ไปขอรับจากแหล่งขยายพันธุ์ถูกทิ้งไว้หลายวัน ซึ่งทำให้กิ่งและตาเหี่ยว เมื่อนำไปปลูกจะทำให้มีเปอร์เซ็นต์ตายสูง ดังนั้น ควรบ่มท่อนพันธุ์เสียก่อนโดยกานำท่อนพันธุ์ที่เตรียมแล้วมามัดรวมกันมัดละ ประมาณ 100 ท่อน วางเรียงแถวตั้งเป็นกองไว้ในร่ม คลุมด้วยเศษหญ้าหรือเศษฟางแล้วรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง ประมาณ 1 สัปดาห์กิ่งพันธุ์จะมีลักษณะสด ตาสีเขียวตูม เมื่อนำไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้จะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกสูง

2.5. วิธีปลูก

              2.5.1. ปลูกในแปลงโดยตรง เมื่อทำการเตรียมหลุมปลูกหม่อนเรียบร้อยแล้ว ใช้หลักไม้ไผ่ปักหัวตามแนวที่ต้องการ นำเชือกที่ได้ทำเครื่องหมายกะระยะระหว่างต้นไว้เรียบร้อยแล้ว ขึงให้ตึงระหว่างหลักทั้งสอง แล้วให้นำท่อนพันธุ์หม่อนซึ่งเตรียมไว้ปลูกหลุมละ 2 ท่อน ปลูกโดยปักท่อนพันธุ์ตั้งฉากกับพื้นดิน โดยปักลงในหลุมที่เตรียมไว้ ลึกลงในดิน 3 ใน 4 ส่วนของความยาวท่อนพันธุ์หรือมีตาอยู่เหนือพื้นดิน ประมาณ 1 ตา ในฤดูแล้งหรือในดินที่มีความชื้นในดินลึกหรือปักลึก 1 ใน 2ของความยาวท่อนพันธุ์ โดยให้มีตาเหนือพื้นดินประมาณ 3 ตาในฤดูฝน

                2.5.2. การปลูกโดยวิธีย้ายกล้าต้นหม่อน นำเอากิ่งหม่อนที่ปักชำไว้ในแปลงเพาะชำนำมาปลูกในแปลงหรือหลุมที่เตรียมไว้ เพื่อให้ต้นกล้าที่ย้ายปลูกมีอัตรารอดสูง ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้คือ
 อายุต้นกล้าไม่ควรน้อยกว่า 4 เดือน (คะเนดูให้มีส่วนสีน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ต้นกล้าตั้งตัวได้ดี สภาพของแปลงปลูก ควรเป็นแปลงที่เตรียมดินไว้เรียบร้อยแล้ว ดินมีความชุ่มชื้นพอเหมาะระยะเวลาที่ปลูก ควรเป็นช่วงฤดูฝน แต่ถ้าดินมีการรักษาความชื้นได้ดี ก็สามารถปลูกในปลายฤดูฝนได้ การเตรียมต้นกล้าก่อนปลูก ควรคัดเลือกต้นกล้าหม่อนที่ปราศจากโรคใบด่างก่อนปลูก ตัดกิ่งแขนงที่แตกออกมาให้เหลือประมาณ 15-20 ซม. จากท่อนพันธุ์เดิม เพื่อลดการคายน้ำของต้นกล้าหม่อนในขณะที่รากหม่อนยังไม่สามารถทำงานได้ และช่วยให้ตาใหม่แตกขึ้นมาได้รวดเร็วขึ้น ถ้าหากมีรากยาวและจำนวนมากก็ตัดทิ้งบ้างในการปลูกควรขุดหลุมปลูก ปลูกให้ท่อนพันธุ์เดิมจมลงไปในดินโผล่ขึ้นมาเฉพาะกิ่งแขนงใหม่เท่านั้น หลังจากปลูกแล้วเหยียบดินรอบโคนต้นให้แน่นพอควร

          ในกรณีที่กิ่งพันธุ์ที่ไปขอรับจากแหล่งขยายพันธุ์ถูกทิ้งไว้หลายวัน ซึ่งทำให้กิ่งและตาเหี่ยว เมื่อนำไปปลูกจะทำให้มีเปอร์เซ็นต์ตายสูง ดังนั้น ควรบ่มท่อนพันธุ์เสียก่อนโดยกานำท่อนพันธุ์ที่เตรียมแล้วมามัดรวมกันมัดละ ประมาณ 100 ท่อน วางเรียงแถวตั้งเป็นกองไว้ในร่ม คลุมด้วยเศษหญ้าหรือเศษฟางแล้วรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง ประมาณ 1 สัปดาห์กิ่งพันธุ์จะมีลักษณะสด ตาสีเขียวตูม เมื่อนำไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้จะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกสูง

2.5. วิธีปลูก

              2.5.1. ปลูกในแปลงโดยตรง เมื่อทำการเตรียมหลุมปลูกหม่อนเรียบร้อยแล้ว ใช้หลักไม้ไผ่ปักหัวตามแนวที่ต้องการ นำเชือกที่ได้ทำเครื่องหมายกะระยะระหว่างต้นไว้เรียบร้อยแล้ว ขึงให้ตึงระหว่างหลักทั้งสอง แล้วให้นำท่อนพันธุ์หม่อนซึ่งเตรียมไว้ปลูกหลุมละ 2 ท่อน ปลูกโดยปักท่อนพันธุ์ตั้งฉากกับพื้นดิน โดยปักลงในหลุมที่เตรียมไว้ ลึกลงในดิน 3 ใน 4 ส่วนของความยาวท่อนพันธุ์หรือมีตาอยู่เหนือพื้นดิน ประมาณ 1 ตา ในฤดูแล้งหรือในดินที่มีความชื้นในดินลึกหรือปักลึก 1 ใน 2ของความยาวท่อนพันธุ์ โดยให้มีตาเหนือพื้นดินประมาณ 3 ตาในฤดูฝน

                2.5.2. การปลูกโดยวิธีย้ายกล้าต้นหม่อน นำเอากิ่งหม่อนที่ปักชำไว้ในแปลงเพาะชำนำมาปลูกในแปลงหรือหลุมที่เตรียมไว้ เพื่อให้ต้นกล้าที่ย้ายปลูกมีอัตรารอดสูง ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้คือ
 อายุต้นกล้าไม่ควรน้อยกว่า 4 เดือน (คะเนดูให้มีส่วนสีน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ต้นกล้าตั้งตัวได้ดี สภาพของแปลงปลูก ควรเป็นแปลงที่เตรียมดินไว้เรียบร้อยแล้ว ดินมีความชุ่มชื้นพอเหมาะระยะเวลาที่ปลูก ควรเป็นช่วงฤดูฝน แต่ถ้าดินมีการรักษาความชื้นได้ดี ก็สามารถปลูกในปลายฤดูฝนได้ การเตรียมต้นกล้าก่อนปลูก ควรคัดเลือกต้นกล้าหม่อนที่ปราศจากโรคใบด่างก่อนปลูก ตัดกิ่งแขนงที่แตกออกมาให้เหลือประมาณ 15-20 ซม. จากท่อนพันธุ์เดิม เพื่อลดการคายน้ำของต้นกล้าหม่อนในขณะที่รากหม่อนยังไม่สามารถทำงานได้ และช่วยให้ตาใหม่แตกขึ้นมาได้รวดเร็วขึ้น ถ้าหากมีรากยาวและจำนวนมากก็ตัดทิ้งบ้างในการปลูกควรขุดหลุมปลูก ปลูกให้ท่อนพันธุ์เดิมจมลงไปในดินโผล่ขึ้นมาเฉพาะกิ่งแขนงใหม่เท่านั้น หลังจากปลูกแล้วเหยียบดินรอบโคนต้นให้แน่นพอควร

 

3.2 ปัจจัยสำคัญในการสร้างโรงเลี้ยงไหม

                                3.2.1   โรงเลี้ยงไหมควรอยู่ห่างจากบ้านพักอาศัยประมาณ 10 – 20 เมตร เพื่อสะดวกในการรักษาความสะอาดและการฉีดอบสารเคมีฆ่าเชื้อโรค

                                3.2.2  หลังคาควรเลือกวัสดุที่เป็นฉนวนกันความร้อน และน้ำได้ดี พื้นห้องควรใช้คอนกรีต ผนังโรงเลี้ยงก่อด้วยคอนกรีตสูงจากพื้นประมาณ 50 ซม. ส่วนที่เหลือใช้ตาข่ายไนล่อนตีเป็นผนังถึงระดับเพดานห้อง

                                3.2.3  ควรมีห้องมืดขนาด 1.5 x 1.0 เมตร สำหรับดักแมลงวันลาย

                                3.2.4  ควรมีห้องเก็บใบหม่อนที่สามารถเลี้ยงไหมได้ 2 เวลา

3.3 วัสดุและอุปกรณ์

                วัสดุและอุปกรณ์การเลี้ยงไหมที่จำเป็นสำหรับเลี้ยงไหมจากไข่ไหม 1 แผ่น มีดังนี้

                3.3.1  มีดและเขียง( หรือเครื่องหั่นใบหม่อน )       1          ชุด

                3.3.2  เครื่องฉีดฟอร์มาลีน 1 เครื่อง

                3.3.3  กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้         1          อัน

                3.3.4  เครื่องลอกปุยไหม           1          ชุด

                3.3.5  เครื่องชั่ง (ขนาดชั่งน้ำหนักสูงสุด 15 กิโลกรัม)        1          เครื่อง

3.3.6  ตะแกรงร่อนแป้ง (ชนิดที่มีตาถี่)    1          อัน

                3.3.7  ตาข่ายสำหรับถ่ายมูลไหมวัยอ่อน (ขนาดช่องตาข่าย1 x 1 ซม.2) ขนาด 100 ซม. X 80 ซม.10 ผืน

                3.3.8  ตาข่ายสำหรับถ่ายมูลไหมวัยแก่ (ขนาดช่องตาข่าย 3 x 3 ซม.2) ขนาด 100 ซม. X 80 ซม.30  ผืน

                \3.3.9  จ่อแบบลูกคลื่น 50 อัน

                3.3.10  จ่อกระด้ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.50 เมตร          20        อัน

                3.3.11  ตะกร้าเก็บใบหม่อน         2          ใบ

                3.3.12  เข่งใส่ใบหม่อน   8          ใบ

                3.3.13  ตะกร้าให้อาหาร  4          ใบ

                3.3.14  ขนนก                 1         อัน

                3.3.15  รองเท้าแตะ        1-2       คู่

                3.3.16  ผ้าคลุมหม่อน     5          ผืน

                3.3.17  ตะเกียบไม้ไผ่      2          คู่

                3.3.18  ปูนขาวชนิดผงละเอียด    2 - 3     กิโลกรัมหรือแกลบเผา     100 ลิตร

                3.3.19  สารเคมีป้องกันโรคไหมชนิดผง      1        กิโลกรัม

                3.3.20  กระดาษรองกระด้ง (ขนาด 80 ซม. x 100 ซม.)      40        แผ่น

                3.3.21  กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า  5      กก.

                3.3.22  ผงซักฟอก          1          กิโลกรัม

                3.3.23  สบู่ล้างมือ          1          ก้อน

                3.3.24  สารฟอร์มาลีน 3 % (ฟอร์มาลีน 40 % จำนวน 1 ส่วน ผสมน้ำ 13 ส่วน หรือน้ำคลอรีน (คลอรีน 60% 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร)ใช้ฉีดพ่นอัตรา 1 ลิตร / ตารางเมตร

3.4 วิธีการเลี้ยงไหม

                3.4.1 การเตรียมการเลี้ยงไหม

                                3.4.1.1 เตรียมสวนหม่อนเลี้ยงไหมในระดับครัวเรือนซึ่งจะต้องใช้ใบหม่อนในการเลี้ยงจนถึงไหมทำรังประมาณ 300 – 400 กิโลกรัม/แผ่น (กล่อง)

                                3.4.1.2 ทำความสะอาดโรงเลี้ยงและอุปกรณ์ต่างๆ โดยการล้างทำความสะอาด หรือนำไปผึ่งแดดแล้วนำไปฉีดอบฟอร์มาลีน 3 %ในโรงเลี้ยงอัตรา 1 ลิตร/ตารางเมตร โดยอบทิ้งไว้อย่างน้อย 2 วัน จึงเปิดโรงเลี้ยงให้กลิ่นฟอร์มาลีนระเหยอย่างน้อย 1 วัน จึงจะเข้าเลี้ยงไหมได้

(ส่วนผสมฟอร์มาลีน 3 % = ฟอร์มาลีน 40% 1 ส่วน ต่อน้ำ 13 ส่วน)

                                3.4.1.3 เตรียมสารเคมีโรยตัวไหม เพื่อใช้โรยบนตัวไหมตอนเลี้ยงแรกฟัก และไหมตื่นทุกวัยใช้ประมาณ 1 กิโลกรัม/แผ่น (กล่อง) หรือคลอรีนผง 3.5 % (คลอรีน 60% จำนวน 1 ส่วนผสมกับปูนขาว 17 ส่วน)

                                3.4.1.4 เตรียมแกลบเผาและ/หรือ ปูนขาวโรยบนตัวไหมในระยะหนอนไหม เพื่อลดความชื้น

                                3.4.1.5 เตรียมภาชนะใส่เศษใบหม่อนและมูลไหม

                3.4.2 การเลี้ยงไหม

                                3.4.2.1 วิธีการเลี้ยงไหมวัยอ่อน (วัย 1 – 3)

                                                3.4.2.1.1ให้ใบหม่อนหั่นประมาณ 80 กรัม โรยให้สม่ำเสมอ หลังจากนั้นให้ใบหม่อนเลี้ยงไหมอีก 2 ครั้งในวันแรกนี้

                                                3.4.2.1.2 เพื่อป้องกันใบหม่อนเหี่ยวเร็วและควบคุมความชื้นให้เหมาะสมกับหนอนไหมวัยอ่อนควร คลุมด้วยใบตองหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือแผ่นพลาสติกที่สะอาด

                                                3.4.2.1.3 การให้อาหาร ไหมจะเจริญเติบโตได้ดีต้องกินใบหม่อนสด มีคุณภาพดี ปริมาณเพียงพอ ตามเวลาที่กำหนดโดยเลี้ยงวันละ 3 มื้อ กลางวันให้ 2 เท่าของมื้อเช้า ส่วนมื้อเย็นให้ 4 เท่าของมื้อเช้า เนื่องจากระยะเวลากินยาวกว่า ใช้ปริมาณใบหม่อนประมาณ 22 – 25 กิโลกรัม/แผ่น(กล่อง) สำหรับการเลี้ยงไหมแบบสหกรณ์ จะใช้ใบหม่อนประมาณ 8 – 9 กิโลกรัม/แผ่น (กล่อง)

3.4.2.2 วิธีเลี้ยงไหมวัยแก่ (วัย 4 – 5)

                                                3.4.2.2.1. ระยะการเลี้ยงแต่ละวัย

                                                                                3.4.2.2.1.1 วัยที่ 4 ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 3 วัน นอน 11/2 วัน

                                                                                3.4.2.2.1.2 วัยที่ 5 ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 6 – 7 วัน ไหม

จะสุกทำรัง

3.4.3 การเก็บและการให้ใบหม่อน

                                การเก็บใบหม่อนเลี้ยงไหมวัยอ่อน ควรเก็บใบหม่อนให้เหมาะสมกับวัยดังนี้

                                3.4.3.1 วัยที่ 1 เก็บใบใต้ยอดลงมาใบที่ 1 – 3 หรือเด็ดยอด

                                3.4.3.2 วัยที่ 2 เก็บใบต่ำลงมาใบที่ 4–6 หรือใช้กรรไกรตัดกิ่งใบที่ 1 – 6

                                3.4.3.3 วัยที่ 3 เก็บใบต่ำลงมาใบที่ 7–10 หรือใช้กรรไกรตัดกิ่งใบที่1–10 หรือตัดใบกิ่งสีเขียว

                3.4.4 การให้ใบหม่อน

                                3.4.4.1 วัยที่ 1 ให้หม่อนหั่นมีขนาดกว้าง 0.5 – 1.0 ซม.ความยาว 3 – 4 เท่าของความกว้าง

                                3.4.4.2 วัยที่ 2 ให้หม่อนหั่นกว้าง 1.50 – 2 ซม.

                                3.4.4.3  วัยที่ 3 ให้หม่อนหั่นกว้าง 2.5 – 3 ซม.



 
© 2000-2008 CopyRight by RUENMAI-BAIMON LTD.,PART
Tel. 044511348  Website. www.ruenmai-baimon.com
disclaimer | privacy | contact us

  Sale Login Warehouse Login Driver Login